Monday, May 16, 2011

กฏพื้นฐานข้อที่ 1 ก่อนจะบริหารเงินเก็บต้องมีเงินเก็บก่อน

ในยุคสมัยที่สื่อโฆษณาพยายามหลอกให้คุณใช้จ่ายเงินในกระเป๋าให้ออกมามากที่สุด ทั้งความพยายามบอกว่า "ชีวิตมันสั้นมีเงินก็ต้องใช้บ้าง" คนรุ่นใหม่หลายคนจึงใช้เงินเก่ง ทั้ง ๆ ที่อายุเฉลี่ยของคน
เดี๋ยวนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ คนไทยเดี๋ยวนี้อาจมีอายุได้ถึง 80 ปี ทั้ง ๆ ที่ต้องเกษียณตอนอายุ 60 และใช้เวลาอีก 20 ปีที่เหลือกับเงินเก็บที่มีอยู่

ดังนั้นการจะมีเงินเก็บเหลือในสมัยนี้ยากมาก ยิ่งครอบครัว มีลูก ค่าใช้จ่ายในบ้านจะเพิ่มมากขึ้น หากใช้จ่ายกันไม่เป็นเงินรายได้ก็จะหมดผมขอเสนอหลักการ "เก็บเงิน" ให้ดังนี้

1.ต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย เพื่อดูว่าสุทธิแล้วเราเก็บเงินได้เท่าไหร่
การทำบัญชีรายรับ รายจ่าย เป็นหัวใจข้อแรกของการเก็บเงิน เพราะเมื่อคุณลองลงบันทึกรายจ่ายในแต่ละเดือน คุณจะเห็นว่าค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและไม่จำเป็น บางคนเมื่อทำบัญชีแล้วจะตกใจว่า
แต่ละเดือนเราใช้จ่ายมากกว่ารายรับที่มีเสียอีก และที่สำคัญ โดยสุทธิแล้ว คุณมีรายได้ >รายจ่าย หรือว่า รายจ่าย > รายได้ ?

บางคนไม่เคยเทำบัญชีเลย มีแต่กู้เงินด่วนมาใช้ และยิ่งนานไปยิ่งมีหนี้มากขึ้น เมื่อทำบัญชีแล้วพบว่า แต่ละเดือนเสียดอกเบี้ยเยอะมาก และสุทธิแล้ว รายจ่ายมากกว่ารายได้ ซึ่งแปลว่ายิ่งนานไป
หนี้สินจะยิ่งมากขึ้น

2.ลดรายจ่าย ใช้หลัก ไม่ใช้จ่ายเกินฐานะ
การลดค่าใช้จ่ายแต่ละคนมีวิธีต่างกัน แต่หลักการแล้ว หากเราไม่ใช้จ่ายเกินฐานะ ทำตัวเกินกว่าที่มี ปัญหาการเงินก็จะไม่เกิด ส่วนวิธีการลดรายจ่าย หากคุณมีการทำบัญชี มีรายการใช้จ่ายก็จะง่าย
ที่จะระบุไปได้บ้าง เช่น
เปลี่ยนเคเบิ้ล จากเดือนละ 2,000 บาท เหลือ 300 บาท (ลดไป 1,700 บาทต่อเดือน)
เลิก fitness ไปวิ่งสวนสาธารณะ (ลดไปปีละ 10,000 บาท)
ลดการกินข้าวนอกบ้าน (ลดไป 2-3 พันบาทต่อเดือน)
ลดการใช้ลดโดยไม่จำเป็น
เปลี่ยนโปรโมชั่นมือถือ
เลิกไล่ล่าของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ฯลฯ

โดยละเอียดแล้ว คุณจะรู้ดีที่สุดว่าจะลดได้อย่างไร ผมจะแนะนำเพียงแค่
เลิกนิสัยอยากได้อะไรก็ซื้อ
เลิกนิสัยใช้เงินล่วงหน้า เช่น กู้มาซื้อ หรือซื้อแบบผ่อน
เลิกความอยากมีหน้ามีตาแบบคนอื่น
หากปรับเปลี่ยนนิสัยเสียบางอย่างได้ การใช้จ่ายอย่างฉลาดจะเกิดขึ้นก็ได้

...พรุ่งนี้มาว่ากันต่อครับ

No comments:

Post a Comment